เปิดตัวตนและทำความรู้จักผู้ชายแบบ “กาย ศิวกร เลิศชูโชติ”

เปิดตัวตนและทำความรู้จักผู้ชายแบบ “กาย ศิวกร เลิศชูโชติ”


วันนี้ Zoonzones ได้มีโอกาสมาร่วมงาน “The Iconic Miss Grand Chiangmai 2019” ที่เชียงใหม่ โดยมี “กาย ศิวกร เลิศชูโชติ” มาร่วมร้องเพลงสร้างสีสันในงาน เราไม่พลาดที่จะเก็บบทสัมภาษณ์พิเศษมาเพื่อให้หลายๆคนได้ทำความรู้จักกับตัวตนของหนุ่มคนนี้ เผื่อจะได้เป็นแรงบันดาลใจให้ใครๆที่ติดตามผลงานของกายอยู่




 


วันนี้มาร่วมงานประกวด รู้สึกอย่างไรบ้าง


ดีใจครับ มันเหมือนกับว่าเราได้กลับมาในส่วนที่เราเริ่มต้น เพราะว่าผมเป็นคนประกวดเหมือนกัน ดัชชี่บอยแอนด์เกิร์ลปี 2014 ครับ พอเรากลับเข้ามาเนี่ยเรารู้สึกแบบบรรยากาศก็ยังเหมือนๆเดิม มันมีความตื่นเต้นที่เราเดินเข้ามาอะไรอย่างนี้ แล้วก็ที่นี่มันพิเศษกว่า ตรงที่มันมีความตื่นตาตื่นใจ แบบ เห้ย!! เราไม่คิด จังหวัดเชียงใหม่จะทำอะไรได้ขนาดนี้ แกรนด์จริงๆ

 

- เห็นมีร้องเพลงฝึกนานไหม แล้วทำไมถึงเลือกเพลงนี้มาร้องในวันนี้


ร้องเพลงหรอ ก็ประมาณอาทิตย์หนึ่งครับ เพราะว่าก่อนหน้านั้นเป็นคนชอบร้องเพลงอยู่แล้ว แต่แค่เราติดตรงที่เรา ไม่ค่อยได้ขึ้นเวทีบ่อยๆมันก็มีอาจเกร็งบ้าง แค่พยายามทำให้ตัวเองรีแล็กซ์ที่สุด โดยการร้องบ่อยๆ อาทิตย์หนึ่ง (ปกติร้องอยู่แล้ว) ผมชอบไลฟ์เล่นกีตาร์ในไอจีแบบเนี่ย ก็แบบถ้าเป็นพวกไอจีอะไรอย่างเนี่ยผมรู้สึกไม่อาย มันเพี้ยนไรอย่างเนี่ยสุดท้ายคนฟังก็กลุ่มแฟนคลับ แต่งี้พอเป็นคนนอก เราไม่รู้สิ่งที่เราร้องไปถ้าสมมติเพี้ยน เค้าจะไปวิจารณ์เรายังไง และมันเป็นงานใหญ่ด้วย (นี่งานใหญ่ครั้งแรกเลยมั้ยที่ร้องเพลง) เท่าที่ดูก็ใช่ครับ เป็นครั้งแรกที่คนในวงการเยอะที่เราร้องเพลง (น่าติดตามนะคะ) ( ทำไมถึงเลือกเพลงนี้บอกได้มั้ยเพลงอะไร ) บอกได้ครับเพลงเธอสวยครับ เลือกเพราะว่า ด้วยเอ่อ.... งานประกวดแล้ว และเป็นงานประกวดนางงามด้วย เพลงที่เหมาะผมว่าก็น่าจะเป็นเพลงเธอสวยนี่แหละคับ มันต้องสวยจริงๆ






 

- เห็นผ่านเวทีดัชชีบอยแอนด์เกิร์ลมาช่วยเล่าย้อนนิดนึงว่าเตรียมตัวอย่างไรบ้าง


ช่วงนั้นผมเตรียมตัวยังไงหรอครับ ความรู้สึกก็เหมือนกับตอนนี้เลยฮะก็คือตื่นเต้นเหมือนตอนที่เราขึ้นเวทีร้องเพลงคล้ายกันเลยครับ แล้วก็สิ่งที่ผมเตรียมตัวคือผมเลือกที่จะมั่นใจแล้วก็สนุกกับมันมากกว่า




- มีเทคนิคให้ไม่ตื่นเต้นไหม

 ก็ผมง่ายๆเลยคือ ยิ้ม ครับ ยิ้มแล้วก็ทำให้มันสนุกทำให้เอ็นจอยให้มันเหมือนกับว่า ... หลายๆคนชอบมองว่า มองเค้าให้เป็นก้อนหิน ต้นไม้ อะไรอย่างเนี่ย แต่ผมรู้สึกว่าอย่างนั้น มันเหมือนเป็นการหลอกมากกว่า เรามองเค้าให้เป็นเพื่อนและเราจะได้สนุก เหมือนเราทำให้เพื่อนดู

 

- ช่วยอัพเดทงานช่วงนี้หน่อยว่ามีผลงานอะไรยังไงบ้าง


งานช่วงนี้นะครับก็มีพิธีกร ไทยทึ่ง ครับ แล้วก็ ยาย and the grandson ครับ แล้วก็กำลังถ่ายทำอยู่ก็ Endless love ครับ เป็นซีรีส์ครับ

 

- ซีรีส์ (ละคร) เล่นเป็นใคร บทเป็นอย่างไร


เป็นหมอครับ ไกลตัวมาก  เพราะเราเป็นศิลปินตัวเล็กๆพอเป็นหมอ มันต้องมาทำอะไรหลายๆอย่างที่ เราไม่เคยทำ ไม่เคยเล่นมาก่อน อีกอย่างหนึ่งต้องดูโตขึ้น  ผู้ใหญ่เห็นว่า บุคลิกเราได้ แต่ด้วยความยากของมันก็คือ ลึกๆของผม เป็นคนที่เด็กกว่าโต ยังมีความเป็นเด็กอยู่ ซึ่งตรงนี้ ก็จะยากเลยต้องเปลี่ยนพฤติกรรมบางทีพอเล่นเสร็จปุ๊ป! กลับไปบ้านนี่แบบกลายเป็นคนนิ่งไปเลย เดินเข้าบ้านแบบ (ทำท่าขรึม) จากแต่ก่อน (ทำท่าร่าเริงเด็กน้อย) เปลี่ยนไปเยอะเรายังไม่มีความสามารถพอ เลยต้องไปเรียนการแสดงเพิ่ม ซึ่งถ่ายมา 20 คิวแล้วมันก็ใกล้จะจบแล้ว แต่! เห้ย! รู้สึกมันไม่ได้ มันต้องขยี้เข้าไปอีกก็เลยต้องไปเรียนเพิ่ม

 

- บทในเรื่องท้าทายมากแค่ไหน

เป็นบทที่ผมคิดว่าท้าทายสุด มันเป็นบทที่มีความสำคัญมาก แล้วก็เป็นซีรีส์รีเมค มันเลยต้องมีข้อเปรียบเทียบแน่นอนว่า เวอร์ชั่นเก่าหรือเวอร์ชั่นใหม่ดีกว่า ที่สำคัญตรงนี้จะอันตรายเหมือนกัน แต่ต้องออกมาดีแน่เพราะเราเต็มที่

 

- เห็นเป็นพิธีกรร่วมกับพี่ป๋อมแป๋ม สนุกไหม มีอะไรอยากเม้าท์พี่เค้าไหม

เป็นรายการเกี่ยวกับดนตรีครับ สนุกมากๆเลยครับ เพราะว่ายายเป็นคนที่แฮปปี้กับทุกๆอย่างแล้วยายเป็นคนที่ ชอบดนตรีด้วย ก็เลยเปิดโอกาสให้เด็กๆที่เล่นดนตรีเนี่ยอ่ะครับได้มาเล่น ได้มารวมกันและก็ได้มาสนุกร่วมกันในรายการ โดยไม่ต้องไปแอบเล่นแอบอะไร เพราะบางครั้งพอเราเล่นกีตาร์เป็น บางคนอยากที่จะฝึก บางทีไม่มีพื้นที่ ยายก็เลยให้โอกาสมาเล่นในรายการ  ก็...ถ้าให้ พูดจริงๆ ยายเนี่ย ยายเป็นคนที่น่ารักมาก!!! เรียกว่า สีสันทุกๆ อย่างเลือกได้คนเดียว ผมขอเลือกยายก่อนเป็นอันดับหนึ่งเลยครับ เพราะว่า ยายเป็นคนที่น่ารักมากๆ เฟรนด์ลี่มากๆ ส่วนเรื่องแซ่บๆ ก็อยากให้ยายนะครับ แต่จริงๆก็เป็นห่วงยายเพราะยายทำงานหนักอยากให้ยายแบบดูแลสุขภาพด้วย

 


 

- ระหว่างเป็นพิธีกรกับนักแสดง งานไหนสนุกมากกว่ากัน

ผมว่าสนุกคนละอย่าง อย่างผมเนี่ย ผมชอบแสดงเพราะผมรู้สึกว่า มันปรับอารมณ์ได้เรื่อยๆเป็นขั้นๆแต่พอเป็นพิธีกรด้วยความที่เราเป็นคนพูดไม่ค่อยเก่ง แล้วก็เป็นคนเงียบๆ (นี่พูดไม่เก่งจริงๆใช่มั้ย) ไม่เก่งจริงๆ อันนี้พึ่งหัดมาๆ ก่อนหน้านี้เราเป็นคนเงียบๆ และคำพูดของเราจะซ้ำๆไปเรื่อยๆเป็นพิธีกรไม่ได้ ผมเลยชอบพิธีกรในสายการพูด เราได้พัฒนาในสายการพูด ใช้พัฒนาการพูดในบทละครได้ด้วย ช่วยเสริมกันไป ผมว่าผมชอบเท่าๆกัน ล่าสุดผมไป ไทยทึ่ง สองเทปมา เทปแรกก็แบบเกร็งๆ พอเทปสองนี่ เรารู้สึกว่า เห้ย! สนุก คิดง่ายๆคือ สมมติถ้าเป็นละครเราเป็นตัวละคร แต่ถ้าเป็นพิธีกรเราเป็นตัวเราเอง มันก็จะไหลได้

 


- ร้องเพลงได้ เล่นดนตรีได้ ปกติชอบเพลงแนวไหน

โหหหหหห!! ยากเลย เป็นคนชอบฟังเพลงร๊อค ชอบฟังเพลงทุกแนว เพลงดุๆ จังหวะแรงๆ แต่พอเป็นคนที่ร้องเพลงออกมาเนี่ยชอบร้องเพลงอาร์แอนด์บีเพลงแบบเศร้าๆ เพลงแบบฟิวอารมณ์มากกว่า (ขัดแย้งกันมาก) ใช่ๆๆ เพราะว่าบางทีถ้าเราฟังเพลงนั้นอ่ะเรารูสึกว่าเราดิ่ง แต่ถ้าเราร้องออกมา มันได้รู้สึกได้ระบาย เราเลยฟังเพลงหนักๆให้เรารู้สึก เห้ย! หึกเหิม อะไรแบบนี้

 

- เลือก 1 เพลงให้แฟนคลับ และ 1 เพลงให้ตัวเอง คิดว่าเพลงไหน


ผมว่า “สิ่งสำคัญ” เพราะว่าผมเป็นคนที่ชอบโพส ทวีตหลายๆเพลงให้แฟนคลับ แล้วเราก็รู้สึกว่า ทุกเพลงมันมีความหมาย แต่ถ้าตอนนี้นะครับผมรู้สึกว่า เพลงนี้น่าจะเหมาะที่สุด (เลือก1เพลงให้ตัวเอง ) ผมจำชื่อเพลงไม่ได้อ่ะ เพลงรักเพลงหนึ่ง หรือเปล่าครับ ของพี่ใหญ่ Monotone “ฉันไม่ใช่คนรูปหล่อ ฉันไม่ใช่คนเสียงดี “ ประมาณนี้ ( เป็น ผู้ชายโรแมนติกนะเรา) มันโรแมนติกเป็นบางช่วงครับ แล้วแต่อารมณ์ 555



- วันหยุดส่วนใหญ่ทำอะไรบ้าง

เล่นดนตรี แต่ถ้านอกเหนือจากเล่นดนตรี ก็ดูหนังครับ ดูหนังบ้างแล้วก็ไปเดินห้างบ้าง ส่วนใหญ่จะเป็นเล่นฟิตเนสครับ พัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆครับ (ชอบช้อปปิ้งมั้ย) ชอบครับแต่ช่วงนี้ต้องงดหน่อย เพราะว่าเรามี หนี้ต้องผ่อน (หัวเราะ) เรามีหน้าที่ต้องผ่อนก็เลยพักก่อน

 

- งานอดิเรกที่ชอบ

ก็คงเป็นเล่นดนตรีครับ แต่พอเวลาว่างเรารู้สึกว่า การเล่นดนตรีก็พัฒนาเรา และอีกอย่างก็ชอบอ่านหนังสือครับ มันทำให้พัฒนาเราเหมือนกัน (หนังสือประเภทไหน) หนังสือ พวกแนวจิตวิทยาเพราะเรารู้สึกว่า พอเราอ่านเราสามารถรู้ตัวเองเลยว่า อันไหนดีหรือไม่ดี สมมติว่าเราไม่ดีเราก็ค่อยปรับ บางทีเราอ่านหนังสือที่มันยาวมาก ผมอ่านแค่บทเดียวแล้วติด ก็หยุดอ่านเพื่อมาแก้บทแรกก่อนแล้วค่อยอ่านต่อไป  

 

- สัตว์เลี้ยงที่ชอบและไม่ชอบ


ชอบทุกสัตว์เลยครับ แต่ ไม่ชอบ แมง, แมลงสาบ,แมงมุม,ตะขาบ (บอกแบบนี้เดี๋ยวเพื่อนแกล้งนะ) โดนแกล้งอยู่แล้วครับ

 

- เพื่อนในวงการที่สนิทที่สุดเป็นใคร และทำไมต้องเป็นคนนี้

ผมว่าผมสนิททุกคน ผมสนิทง่าย แต่ถ้าช่วงนี้ ถ้าให้พูดจริงๆเลย ด้วยการที่เราอยู่ในรายการดนตรีด้วยคงเป็น ลี ฐานัฐพ์ ครับ เพราะเราคุยในสายดนตรีได้ ระบายได้ เพราะว่าเรา มีอายุไม่ห่างกันมาก แล้วก็เล่นดนตรีเหมือนกัน

 


- แฟชั่นการแต่งตัวเราเป็นแนวไหน

(หัวเราะ) ก็มั่วเหมือนกัน แต่จริงๆชอบแต่งตัวเนี้ยบๆครับ แต่พอถึงเวลาคงเป็นสตรีทมากกว่าเพราะมันง่าย เสื้อยืดกางเกงยีนส์ เสื้อฮาวายกางเกงขาสั้น รองเท้าผ้าใบ อะไรอย่างนี้ครับ ง่ายๆ

 

- เครื่องประดับที่ชอบ


ผมไม่ค่อยมีเครื่องประดับ(ชูแขนทั้งสองให้ดู) ส่วนใหญ่เป็น ต่างหู เข็มขัด บ้าง แต่แค่วันนี้ไม่ได้ใส่

 

- ความฝันและความคาดหวังในชีวิต

คือความฝันในชีวิตเนี่ย เราทำสำเร็จไปเกือบหมดแล้ว มีรถ มีบ้านเป็นของตัวเองแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้โอนบ้านแล้ว ชีวิตแบบ เพอร์เฟคมาก แล้วทำให้ความฝันอันต่อไปมันเกิดขึ้นโดยที่ ไปเจอผู้ใหญ่ในกอง Endless Love เนี่ยครับ รุ่นเดอะอะครับ ผมรู้สึกอยากเป็นแบบนั้น ศิลปินรุ่นใหญ่ ผมรู้สึกว่าเค้ามีความสุขได้ถึงอายุวัยนั้นเลย และก็ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ มีคนหนึ่งครับ พี่บี๋ รับละครช่วงนี้เจ็ดเรื่อง โหหห! พี่บี๋ทำได้ยังไงอ่ะ อยากทำได้บ้างอะไรอย่างนี้ครับ (ความคาดหวัง) สิ่งที่ผมอยากหวังง่ายๆเลย ให้ผมมีสติครับ (หัวเราะ) (ปกติเป็นคนไม่มีสติหรอ) มันมีบางครั้งที่เรารู้สึกว่า อะไรที่เข้ามาใหม่ๆมันทำให้ตัวตนเราเปลี่ยนไปเรื่อยๆ พอเปลี่ยนไปเยอะๆ ผมรู้สึกว่า มันไม่ดีต่อเรา เราดูเป็นอะไรที่เปลี่ยนสีตลอดเวลา มันดูไม่โอเค ผมก็เลยขอคาดหวังให้ตัวเองมีสติ อยู่ตลอดเวลาเราควร ทำอะไรต่อไปบ้าง

 

- ฝากผลงาน

ก็ฝากด้วยนะครับ ก็มีพิธีกร ไทยทึ่ง ครับอันนี้เพิ่งเริ่มทำเลยยังไงก็ฝากติดตาม อาจมีกระตุกกระตัก เล็กๆน้อยๆช่วงแรกๆ นะครับก็ขอฝากด้วย ส่วนที่สองก็คือ ยาย & The Grandson ครับ ใกล้จะปิดซีซั่นแล้ว ดูจบปุ๊ป! อย่าลืม ถ้ามีซีซั่น 2 ก็ฝากกันด้วยนะครับ ส่วนอีกเรื่องหนึ่งก็คือ เรื่อง Endless Love ซึ่งเป็นเรื่องที่ ผมคาดหวังมากๆ ผมว่าเป็นเรื่องที่ดีมากๆของผมในตอนนี้ ผมก็ฝากด้วยละกันครับ

 


Powered by MakeWebEasy.com